2007/Feb/18

หลวงพระบาง

มาถึงหลวงพระบางแล้วเที่ยวที่ไหนดี....?
สะบายดี ....ผมขอ พาท่าน ไปยัง เมืองเล็กๆ ที่มี่สีสัน เรื่องราว และ ความน่าสนใจมากมาย ที่นี่มีมนต์เสน่ห์ แอบแฝง อยู่ ใครก็ตามที่มาเที่ยว ที่นี่ ต่างต้องติดใจ แถม เมืองแห่งนี้ยังเป็นมรดกโลกอีกด้วย .....หลวงพระบาง ครับ

วัดเชียงทอง

มาหลวงพระบาง ต้อง มาเที่ยววัดนี้ไม่เช่นนั้นเสียเที่ยวแย่ เพราะวัดนี้ นับเป็นศูนย์รวม สถาปัตยกรรมของลาว เอาไว้เลย วัดเชียงทองสร้างโดย พระ ไชยเชษฐาธิราช ก่อนที่จะย้ายเมือง ไปยัง นครเวียงจันทน์
พระอุโบสถ
อุโบสถวัดนี้มีจุดเด่นตรงที่มีหลังคาโค้ง และ ชายหลังคา ต่ำลงมา ซึ่งหลังคานี้จะซ้อนกัน 3 ชั้น สำหรับอุโบสถ นี้ ชาวลาว เรียกกันว่า " สิม " บริเวณกลางหลังคา จะมี ช่อฟ้า อยู่ ซึ่งวัด ที่พระมหากษัตริย์ สร้างนั้นจะ มีช่อฟ้า 17 ช่อ แต่ถ้าเป็นคนธรรมดา จะมี ช่อฟ้า 1 - 7 ช่อเท่านั้น ด้านหลังของ พระอุโบสถ นี้ ภาพ มีสวยงาม โดยการนำกระจกสี ตัดแล้วประดับเป็นภาพ ในภาพ เป็น ต้นทอง ซึ่งเคยมีขึ้นอยู่มากมาย ในบริเวณหลวงพระบาง
วิหารพระม่าน
ด้านหลังของพระอุโบสถ มีวิหาร เล็กๆหลังหนึ่ง ซึ่ง เรียกกันว่า วิหาร พระม่าน ซึ่งชาวลาวเชื่อกัน ว่า หากอัญเชิญ พระม่าน ออกจากวิหาร แล้วจะเกิด ฝนตก ไม่หยุด จึงจะทำการอัญเชิญ มาให้ ประชาชน สรงน้ำ ในช่วงวันบุญปีใหม่ เท่านั้น เรา สามารถ ส่องดูจากรูที่ประตูวิหารได้เท่านั้น
อูบมุง
เหมือนอุโมงค์เล็กๆ อยู่ด้านข้าง พระอุโบสถ ภายในจะประดิษฐาน พระพุทธรูปปางห้ามสมุทรเอาไว้


โรงเมี้ยนโกศ
เป็นที่เก็บราชรถ พระโกศของ เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา จุดเด่นของ โรงเมี้ยนโกศนี้อยู่ที่ช่วง หน้าบัน ด้านหน้า ซึ่งลงรักปิดทองเล่าเรื่องราว รามเกียรติ์ งดงามมาก ยิ่งเวลาบ่ายๆ แสงแดด ส่องมาเต็มที่ ยิ่งสวยงามจับใจเลยครับ ภายในนั้น มี ราชรถไม้ และมี พระโกศ 3 องค์ ทั้งของเจ้าศรีสว่างวัฒนา พระราชมารดา และ พระเจ้าอา

พระราชวัง
นับว่าเป็นสถานที่ เที่ยว ที่หนึ่ง ที่ไม่ควรพลาด พระราชวังหลวงพระบางเป็นที่ประทับ ของเจ้า มหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ภายใน ประกอบ ด้วยห้องต่างๆ มากมาย เช่นห้องท้องพระโรง ซึ่งตกแต่ง ประดับประดา กระจก บน ผนัง และเพดาน สีแดง ห้องรับแขกซึ่ง มีรูปของท่าน ในลักษณะ 3 มิติ ห้องบรรทม ฯลฯ ภายนอกนั้น โดดเด่น ด้วยสถาปัตยกรรม แบบ ฝรั่งเศส ผสมผสานกับ สถาปัตยกรรมลาว อย่างลงตัว ด้านหน้า มีต้นตาล ซึ่ง ปลูกเป็นแถว นับเป็นมุมที่สวยที่สุดของ วังนี้

หอพระบาง
พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง และยังเป็นที่มาของชื่อ เมือง " หลวง - พระบาง " อีกด้วย เป็นพระพุทธรูปปรางค์ ห้ามสมุทร ศิลปะขอม ทำจากทองคำ ปัจจุบัน หอพระบาง นี้ อยู่บริเวณ พระราชวัง เราสามารถ กราบไหว้ และชมได้ แต่ห้ามถ่ายรูป ครับ

ตลาดมืด
ยามค่ำคืน
บริเวณ ถนน ศรีสว่างวงศ์ จะปิด แล้วถูกแปรสภาพกลายเป็น ตลาดมืด ไม่ใช่ขายของผิดกฏหมายนะครับ แต่ขายของพื้นเมือง ครับ มีหลากหลายให้เรา เลือกซื้อ ทั้งกระเป๋า ผ้าพันคอ ปลอกหมอน จนถึงผ้าปูที่นอน สร้อย แหวน กำไล หรือ ธูปหอม ฯลฯ ให้เล่าคงไม่หมดครับ เอาเป็นว่า น่าซื้อไปเสียหมด ส่วนราคาก็ต้องต่อรองเอาเอง ครับแนะนำว่าควรสอบถามราคา หลายๆร้าน บางร้านอยู่ไกลหน่อย ราคาก็ถูกลงครับ ถนนนี้ มีคำพูดเล่นๆว่า เมืองไทยมี ถนนข้าวสาร ถนนนี้ เป็น พี่น้องกัน ชื่อ ถนนข้าวเหนียว ครับ


ตักบาตรเช้า


อีกหนึ่งกิจกรรมที่เราไม่ควรพลาด คือตักบาตรเช้า ในช่วงเช้าเวลาประมาณ 5.30น.เป็นต้นไป ในตัวเมือง จะมีพระออกเดิน บิณฑบาตร โดยพระสงฆ์ทุกวัดจะออกเดินทั้งหมด เราสามารถ ไปทำบุญตักบาตรกันได้ด้วย ซึ่งบริเวณ ริมถนนจะมีเหล่าแม่ค้า นำข้าวเหนียวมาขาย เป็น กระติ๊บๆ เราสามารถซื้อ เพื่อ ตักบาตรได้เลย มาถึงหลวงพระบางแล้ว ไม่ได้ตักบาตรเซ้า คงน่าเสียดายนะครับ อ้อ พระแต่ละวัด จะนุ่งจีวรสีไม่เหมือนกันด้วยครับ

พระธาตุหมากโม


อยู่ใน วัด วิชุนราช ซึ่งสร้างวัดนี้เพื่อประดิษฐานพระบาง พระธาตุ หมากโม นี้ มีลักษณะคล้ายแตงโมผ่าครึ่งซีก จึงเป็นที่มาของชื่อพระธาตุหมากโม ซึ่งแปลว่า แตงโมนั่นเอง

บ้านช่างไห
ก่อนที่เราจะเดินทางไปเที่ยวถ้ำติ่ง ถ้าเราลงเรือ ที่บ้าน ช่างไห ก็จะได้เดินเที่ยว ตลาดขายของ ของหมู่บ้านนี้อีกด้วย ซึ่ง บ้าน ช่างไห นี้ ชื่อเค้าก็บอกอยู่ว่าต้องมีความสัมพันธ์กับไห แต่ไหที่ว่านี้ เป็นไหเหล้าครับ ไม่ใช่ไหปลาร้า แต่ประการใด ที่นี่มีการต้มเหล้า กันเป็นหลัก ซึ่งใครสนใจก็ไปดูเค้าต้มกันได้ สำหรับคอสุรา ก็คงจะเกิดอาการอยากตั้งแต่ได้กลิ่นแล้ว หละครับ เพราะกลิ่นเหล้าจะคลุ้งอยุ่ทั่วไปหมด สินค้าที่มีขายบริเวณนี้ก็จะมี ทั้งผ้า ของฝากต่างๆ รวมถึงของป่า ประเภทเพิ่มพลังด้วย ดุรูปดีกว่าครับ

ถ้ำติ่ง

ถ้ำติ่ง ที่ซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูป เล็ก ใหญ่ นับพันองค์ ตั้งอยู่บนเขาหินปูน ริมแม่น้ำโขง เราต้องนั่งเรือหางยาว (ลำใหญ่มาก) เพื่อเข้าชม แต่เดิม ชาวลาวในอดีตเคย นับถือผี จนกระทั่ง พระเจ้าโพธิสารราช นำ ศาสนาพุทธมาเผยแพร่ และได้เปลี่ยนถ้ำติ่งจากเดิม ที่เคยเป็นที่ สักการะบูชา ผี เทวดา มาเป็น สถานที่ทางพุทธศาสนา แทน แต่ก่อนเมื่อ ถึงปีใหม่ เจ้ามหาชีวิต จะทำการเดินทางมาสรงน้ำพระในถ้ำติ่งนี้ ถ้ำติ่งล่าง ( ถ้ำติ่งลุ่ม) มีพระพุทธรูปมากมาย และสามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่า โดยมีบันไดเดินขึ้นจากท่าเรือ มีพระพุทธรูป หลายพันองค์ ทั้งทำจากไม้ และโลหะ ถ้ำติ่งบน ต้องเดินขึ้นบันได ประมาณ 200 ขั้น แต่จะ มีโถงถ้ำ ที่ตื้นกว่า ถ้ำติ่งล่าง มน้อยกว่าเช่นกันจากถ้ำ จะสามารถมองเห็น แม่น้ำโขงสองสีได้อย่างชัดเจน

น้ำตกกวางซ

น้ำตกหินปูน ขนาดกลาง นับว่าสวยที่สุดในหลวงพระบาง มีความสูง ประมาณ 70 เมตร ทางด้านล่างเป็นแอ่งน้ำ มีสะพานเชื่อมสามารถ เดินข้ามไปอีกฝั่ง เพื่อขึ้นชมชั้นบนของน้ำตกได้ น้ำที่ตกลงมาสวยใสมากครับ

วัดพระบาทใต้

วัดพระบาทใต้ หรือเรียกกันว่า วัดญวณ มีเจ้าอาวาสเป็น ชาวเวียตนาม จุดเด่นของวัดนี้ คือ รอยพระพุทธบาท ทางด้านหลังวัด ลวดลายของอุโบสถ แบบ จีน เวียตนาม ซึ่งเขียนแบบ เสตนซิล และ พระพุทธเจ้าปาง ประสูติ ด้านหลังของวัด นับว่าเป็นจุดที่ชมพระอาทิตย์ตกได้สวยงามมากจุดหนึ่ง

ปัจจุบันเมืองหลวงพระบางมีประชากรประมาณห้าแสนคน ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม
ที่ตั้ง : หลวงพระบาง ตั้งอยู่ทางเหนือของนครเวียงจันทน์ ระยะทางประมาณ 400 กิโลเมตร เชื่อมต่อถึงกันด้วยทางหลวงหมายเลข 13 ใช้เวลาเดินทางราว 8 10 ชั่วโมงด้วยกันด้วยถนนที่ไม่ดีนัก มีเครื่องบินจากนครเวียงจันทน์ถึงหลวงพระบางโดยสายการบินลาว ใช้เวลาบินประมาณ 45 นาที


edit @ 2007/02/18 15:36:56

2007/Feb/18

รู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรคไทรอยด์

ต่อมไทรอยด์เป็นต่อมไร้ท่อที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย อยู่ที่หน้าต่อหลอดคอใต้ลูกกระเดือก มีลักษณะเป็นแผ่นเนื้อเยื่อคล้ายปีกผีเสื้ออยู่สองข้างทั้งซ้ายและขวา เชื่อมต่อด้วยเนื้อเยื่อบางๆที่เรียกว่า อิสท์มัส (Isthmus) ต่อมไทรอยด์มีหน้าที่สร้างฮอร์โมน 2 ตัวเรียกง่ายๆว่า T4 และ T3 ซึ่งมีหน้าที่หลายอย่าง เช่น การเผาผลาญอาหารในร่างกาย, การควบคุมอุณหภูมิ, การใช้ออกซิเจน, การทำงานของระบบประสาท, การสังเคราะห์โปรทีน, การเจริญเติบโต, เป็นต้น

โรคต่อมไทรอยด์เป็นความผิดปกติที่พบได้บ่อย เกิดขึ้นได้ทุกเพศ ทุกวัย ในรายที่รุนแรงมีอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ เราจะรู้ได้อย่างไรว่า เป็นโรคของต่อมไทรอยด์

  1. มีก้อนที่คอ หรือคอโต หรือที่เรียกว่าคอพอก อาจจะโตทั่วๆทั้งต่อม หรือโตเป็นก้อนเดียวโดดๆ หรือโตเป็นก้อนหลายก้อน โตได้ทั้งซ้ายหรือขวา อาจไม่มีอาการอะไร มีแต่คอโตอย่างเดียว หรืออาจเจ็บที่ก้อนก็ได้

  2. อาการผิดปกติจากหน้าที่ของต่อมผิดปกติ

    • สร้างฮอร์โมนมากเกินไป ที่เรียกว่า ต่อมไทรอยด์เป็นพิษ มีอาการหลายอย่าง เข่น ใจสั่น มือสั่น ตื่นเต้นตกใจง่าย ขี้ร้อน เหงื่อออกมาก ขี้โมโห หงุดหงิดง่าย เครียดง่าย หุนหันพลันแล่น เปลี่ยนความสนใจเร็ว หิวบ่อย กินเก่ง แต่น้ำหนักไม่ขึ้น หรือน้ำหนักลดลง เหนื่อยง่ายกว่าปกติ อุจจาระบ่อยขึ้นแต่ไม่เป็นแบบท้องเสีย ประจำเดือนน้อยลงหรือขาดหายไป บางรายตาโปนขึ้น เป็นต้น

    • ฮอร์โมนต่ำเกินไป มีอาการตรงกันข้ามกับต่อมไทรอยด์เป็นพิษ เช่น เฉื่อยชา เบื่อ ขี้เกียจ ไม่อยากทำอะไร ความสนใจลดลง ง่วงนอนบ่อย ขี้หนาว ผมร่วง น้ำหนักขึ้น อ้วนแบบบวมฉุๆ เหนื่อยง่าย ทำอะไรไม่ค่อยไหว ท้องผูก บางรายประจำเดือนมากกว่าปกติ เป็นต้น

อันตรายของโรคต่อมไทรอยด์คือ ภาวะหัวใจล้มเหลว, วิกฤตต่อมไทรอยด์ ซึ่งเป็นภาวะเป็นพิษอย่างรุนแรง และภาวะโคม่าจากต่อมไทรอยด์ไม่ทำงาน

รู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรคต่อมไทรอยด์ ลองสังเกตดูว่ามีอาการผิดปกติดังกล่าวข้างต้นหรือไม่ หรือมีก้อนที่คอหรือไม่ ท่านไม่จำเป็นต้องรอให้มีครบทุกอย่าง อาจมีอาการเด่นอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น เหนื่อยง่าย ใจสั่น หรือน้ำหนักลดลงผิดปกติ ถ้าสงสัย อย่าปล่อยทิ้งไว้ รีบมาตรวจ และเช็คเลือดหรือทำอุลตร้าซาวนด์ดูว่า ท่านมีความผิดปกติจริงหรือไม่

โรคต่อมไทรอยด์ อย่าปล่อยไว้รีบรักษา
ดีขึ้นได้ดุจก่อนมา
 เพิ่มคุณค่าให้สุขสบาย

2007/Feb/18

10 คำถามเกี่ยวกับปัญหาการนอนกรน

  1. การนอนกรนเกิดจากอะไร การนอนกรนเกิดจากการที่มีภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจ ทำให้อากาศที่เราหายใจขณะหลับ ผ่านลงไปสู่ปอดไม่สะดวก เกิดการสั่นของเพดานอ่อน และลิ้นไก่ ทำให้เกิดเป็นเสียงกรน
  2. การอนอนกรนมีผลเสียอย่างไรต่อสุขภาพ นอกจากเสียงกรนที่ทุกท่านทราบดีอยู่แล้วว่า สามารถสร้างความรำคาญให้กับคนรอบข้าง หรือคนที่นอนในบริเวณเดียวกัน ในบางรายถึงกับทำให้มีปัญหาด้านครอบครัวเกิดขึ้น การอุดกั้นทางเดินหายใจในผู้ที่นอนกรน อาจมากถึงระดับที่ทำให้หยุดหายใจขณะนอนหลับ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับนี้ ถ้าเกิดขึ้นบ่อย และถี่ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ๆ ก็สามารถทำให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพดังต่อไปนี้
    • ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกที่ไม่แจ่มใส แม้ว่าจะนอนจำนวนชั่วโมงเพียงพอแล้ว
    • มีอาการปวดหัว หรือเวียนหัวในตอนเช้าหลังตื่นนอน
    • อาการง่วงหงาวหาวนอนมากกว่าปกติในช่วงตอนกลางวัน
    • มีอาการหลับใน ขณะนั่งทำงานหรือขับรถ
    • ความจำหรือสติปัญญาแย่ลงกว่าวัยอันสมควร
    • อารมณ์หงุดหงิด โมโหง่าย โกรธง่าย
    • เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ได้ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เป็นต้น
    • ในเด็กอาจมีปัญหาเรื่องการเรียนที่แย่ลง หรือปัสสาวะรดที่นอนในเด็กโต เป็นต้น
  3. พ่อแม่ปู่ย่าตายายของเราก็นอนกรมกันมานาน ทำไมไม่เห็นเป็นโรคอะไรกันมากมาย คนส่วนใหญ่แล้วจะมีอาการนอนกรน และทำให้เกิดปัญหาเรื่องเสียงรบกวนแต่เพียงอย่างเดียว เพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่พบว่ามีอาการหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย คนกลุ่มหลังนี้เท่านั้นที่จะมีปัญหาด้านสุขภาพตามมา
  4. จะทราบได้อย่างไรว่าอาการนอนกรนที่เป็นอยู่เป็นแบบกรนอย่างเดียว หรือมีอาการหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย เราสามารถทราบจากการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และส่งทำ การทดสอบขณะนอนหลับ ก็จะสามารถบอกได้ว่าการนอนกรนของท่านเป็นแบบใด
  5. การทดสอบขณะนอนหลับ คืออะไร เป็นการทดสอบโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อการวินิจฉัยว่าท่านมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือไม่ ถ้ามี มีความรุนแรงมากน้อยเพียงใด โดยเป็นเครื่องมือวัดการทำงานของระบบต่าง ๆ เช่น สมอง หัวใจ ระดับออกซิเจนในเลือด อัตราการไหลของอากาศทางจมูก เสียงกรน ขณะทำการทดสอบ ท่านเพียงแต่เข้านอนตามปกติ และติดอุปกรณ์เหล่านี้ โดยไม่มีความเจ็บปวดใด ๆ
  6. ถ้าผลการทดสอบมีเพียงอาการนอนกรนอย่างเดียว จะมีวิธีรักษาอย่างไร ผู้ที่มีอาการอาจจะเลือกรักษา หรือไม่รักษาก็ได้ขึ้นอยู่กับว่ามีปัญหากับคู่นอนหรือการเข้าสัมคมมากน้อยเพียงใด วิธีการรักษาเริ่มตั้งแต่วิธีง่าย ๆ ที่ท่านสามารทำได้ด้วยตัวเอง เช่น
    • นอนตะแคง
    • หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ รวมทั้งยาที่ทำให้เกิดอาการง่วงนอน
    • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
    • รักษาโรคอื่น ๆ ที่มีผลต่อระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคภูมิแพ้
  7. ถ้าใช้วิธีดังกล่าวแล้ว อาการนอนกรนยังไม่ดีขึ้นจะทำอย่างไร วิธีการรักษาในขั้นต่อไป คือ การใช้เครื่องเพิ่มความดันในทางเดินหายใจ (CPAP) โดยจะเพิ่มความดันในทางเดินหายใจของท่าน และทำให้ทางเดินหายใจโล่งอยู่ตลอดเวลา หรืออาจใช้การรักษาด้วยการผ่าตัด ซึ่งสามารถใช้การผ่าตัดตกแต่งลิ้นไก่ และเพดานอ่อน การผ่าตัดด้วยลำแสงเลเซอร์ การผ่าตัดด้วยคลื่นวิทยุเพื่อทำให้อาการนอนกรนดีขึ้น
  8. ถ้ามีอาการนอนกรน และมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย จะมีวิธีการรักษาอย่างไร ผู้ที่อยู่ในกลุ่มนี้ สามควรอย่างยิ่งที่จะทำการรักษา เนื่องจากการปล่อยทิ้งไว้จะทำให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพตามมา วิธีการรักษาจะคล้ายคลึงกับอาการนอนอกรนธรรมดา แตกต่างกันที่ควรจะให้การรักษาหลาย ๆ อย่างพร้อมกัน เช่น ลดน้ำหนักควบคู่ไปกับการใช้เครื่อง CPAP หรือการรักษาด้วยการผ่าตัดร่วมไปด้วยการรักษาด้วยการผ่าตัดอาจต้องทำมากกว่าการรักษาอาการนอนกรนธรรมดา ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของการอุดกั้นทางเดินหายใจที่มีอยู่
  9. การรักษาด้วยการผ่าตัดได้ผลเป็นอย่างไร มีอันตรายหรือไม่ โดยทั่วไปการผ่าตัดจะได้ผลในระดับค่อนข้างดี (ประมาณ 75-80%) อัตราเสี่ยงสำหรับการผ่าตัดรักษาอาการนอนกรนไม่แตกต่างจากการผ่าตัดอื่น ๆ
  10. เมื่อมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลจะได้รับการตรวจรักษาอย่างไร แพทย์จะทำการซักประวัติตรวจร่างกายทางหู คอ จมูก โดยละเอียด รวมทั้งให้ผู้ป่วยทำแบบประเมินอาการนอนกรน เพื่อใช้ในการติดตามผลการรักษา แพทย์จะทำการตรวจหาตำแหน่งการอุดกั้นของทางเดินหายใจด้วยการส่องกล้างตรวจรวมทั้งส่งการตรวจเอกซเรย์ด้านข้างของกระโหลกศีรษะ เพื่อประเมินช่องทางเดินหายใจของผู้ป่วย ถ้าสงสัยว่าผู้ป่วยอาจมีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ (รพ. กรุงเทพมีบริการทำการทดสอบนี้ให้ถึงบ้านในเขตกรุงเทพ และปริมณฑล) เมื่อได้ผลแล้วจะให้คำแนะนำวิธีการรักษาให้กับผู้ป่วย ถ้าผู้ป่วยเลือกใช้การรักษาด้วยเครื่อง CPAP จะมีบริการให้ผู้ป่วยได้ทดลองใช้เครื่อง 1 อาทิตย์ฟรี และให้ผู้ป่วยเลือกวิธีการรักษาอีกครั้ง ถ้าเลือกการรักษาด้วยการผ่าตัด ทางโรงพยาบาลฯ สามารถบอกค่าใช้จ่ายที่แน่นอนในการรักษาด้วยโปรแกรมการผ่าตัดแบบเหมาจ่าย ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการนอนกรนที่ผู้ป่วยเป็นอยู่ด้วย

ขอบคุณ http://www.bangkokhealth.com